ปี 69 การลงทุนยังมีโอกาส แนะ! Stay Invested-Stay Selective
InnovestX ประเมิน เศรษฐกิจ-การลงทุนปี 69 ยังมีโอกาส ท่ามกลางความผันผวนสูง แนะ! Stay Invested, Stay Selective ขณะที่ ทองคำ ยังเป็นขาขึ้น ชี้ เศรษฐกิจไทยโต 1.4% การเมือง–งบประมาณ เป็นปัจจัยชี้ขาด
นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Research Department บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยแนวโน้มเศรษฐกิจ และกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1/2569 Riding the Wild Horse โอกาสที่ซ่อนอยู่ในปีม้าพยศ ว่า การลงทุนในปี 2569 คาดว่า จะยังให้ผลตอบแทนที่ดี จากเศรษฐกิจโลกที่ยังสามารถเติบโตได้ แม้จะชะลอตัวลงบ้างแต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยแรงส่งจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยบวกในช่วงต้นปี
“ช่วงต้นปี ภาพการลงทุนยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี เนื่องจากผลของการลดอัตราดอกเบี้ยในปีที่ผ่านมา ยังคงช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนได้ แต่หลังจากนั้นความผันผวนอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปีจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ
ซึ่งการลงทุนในปีนี้ ต้องคัดสรรและกระจายตัวมากขึ้นเนื่องจากระดับมูลค่าการลงทุน (Valuation) ในหลายตลาดปรับตัวสูงขึ้นมาก อาจนำไปสู่การปรับฐานหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขณะเดียวกัน ยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจกลับมารุนแรงขึ้น จากบุคลิกและท่าทีที่คาดเดาได้ยากของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลก ยังเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นจีน–ญี่ปุ่นในเรื่องไต้หวัน ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และกับประเทศยุโรปซึ่งเคยเป็นพันธมิตรมายาวนาน
สำหรับราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยมุมมองโดยรวมยังเป็นเชิงบวก จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายประเทศ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของนักลงทุนรายย่อยที่กลับเข้ามาในตลาดมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำที่ปรับขึ้นแรงในระยะสั้นอาจต้องใช้เวลาในการพักฐานก่อนเข้าสู่ช่วงสะสม โดยทีมกลยุทธ์ ประเมินว่า แนวโน้มระยะกลางของทองคำยังอยู่ในทิศทางที่ดี และกำหนดกรณีฐาน (Base Case) ของราคาทองคำไว้ที่ระดับประมาณ 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านนายปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มเป็นลักษณะ Year of Two Halves โดยจะชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกจากผลของสงครามการค้าและความล่าช้าในการดำเนินนโยบาย ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในหลายประเทศ
การรวมกลุ่มของประเทศฝั่ง Global South โดยเฉพาะกลุ่ม BRIC จะมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจากโอกาสเกิดปรากฏการณ์ลานีญา อาจเพิ่มความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก
สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังคงเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง และการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้า โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 1.4% ลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐและการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ปัจจัยด้านการเลือกตั้ง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2569 หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และคณะรัฐมนตรีใหม่สามารถอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ภายในไตรมาส 2 ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จะช่วยลดความล่าช้าในการบังคับใช้งบประมาณ ขณะที่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคการเมืองต่าง ๆ หากสามารถดำเนินการได้จริง อาจช่วยให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจากกรณีฐานประมาณ 0.12–0.50 จุดเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ การเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง อาจเป็นปัจจัยบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป หากกระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมองว่าข้อดีก็คือการที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น และถ้าสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง ในช่วงเดือนเมษายน และสิงหาคมปีนี้ / ขณะที่ ค่าเงินบาท คาดว่าจะมีทิศทางแข็งค่าขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี เนื่องจากนโยบายการเงินยังไม่ผ่อนคลาย
ด้านนายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ Head of Investment Strategy & Head of Trading Product Specialist บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ในปี 2569 ควรเน้นความสมดุลระหว่างการอยู่ในตลาดและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย ภายใต้แนวคิด Stay Invested, Stay Selective โดยหุ้นโลก ยังคงเป็นแกนหลักของพอร์ตการลงทุน พร้อมเน้นการกระจายการลงทุนไปยังตลาดนอกสหรัฐอเมริกาที่ระดับ Valuation ยังเหมาะสม และให้น้ำหนักกับธีมการลงทุนด้าน AI, Digital Transformation รวมถึงหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่กำไรเริ่มฟื้นตัว
นักลงทุน สามารถลงทุนตามกลยุทธ์ดังกล่าว ผ่านกองทุนที่สะท้อนธีมการลงทุน อาทิ SCBRS2000(A), KFCHINA-T10PLUS-A และ K-INDX รวมถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR23) ของ InnovestX ที่ช่วยให้เข้าถึง ETF หรือ หุ้นต่างประเทศรายตัวผ่านตลาดหุ้นไทย เช่น หุ้นจีน CHNXT5023, HSHD23, BABA23, SMIC23 และหุ้นญี่ปุ่น SOFTBANK23, SUSHI23 และ TEL23 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการกระจายพอร์ตการลงทุน
สำหรับตราสารหนี้ แนะนำเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี อายุปานกลางประมาณ 3–5 ปี เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างบิตคอยน์เหมาะลงทุนในสัดส่วนจำกัด ส่วนทองคำยังมีบทบาทในการช่วยกระจายความเสี่ยง โดยแนะนำกองทุน UOBSG-H
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสเด่นในหุ้นขนาดเล็กภายใต้ตลาดที่กระจายตัว โดยมีแนวโน้มอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งและสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่เป็นมิตร แม้อาจจะมีความผันผวนเป็นระยะ / ตลาดหุ้นยุโรป การคลังเยอรมนีหนุนเศรษฐกิจ BoE ส่งสัญญาณลดต่อ / ตลาดหุ้นญี่ปุ่น โอกาสเด่นที่หุ้น Strategic Industries และหุ้นขนาดเล็ก / ตลาดหุ้นจีน จากมาตรการกระตุ้น Board-based สู่เฉพาะจุด - New Economy จีน มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนสูง / และตลาดหุ้นเวียดนาม ลุ้นยืนยันการอัปเกรดสู่ FTSE Emerging Market
ขณะที่ นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศ InnovestX แนะนำเน้นการลงทุนแบบ Selective โดยให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีคุณภาพและการเติบโตของกำไรที่ชัดเจน โดยตลาดสหรัฐอเมริกายังโดดเด่นในกลุ่มเทคโนโลยีแพลตฟอร์มและกลุ่มสุขภาพ เช่น Amazon, Google, Meta และ Eli Lilly ส่วนตลาดยุโรปน่าสนใจในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมและพลังงานสะอาด เช่น LVMH และ Orsted ขณะที่ตลาดจีนเน้นหุ้นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น Tencent และ CATL
สำหรับตลาดหุ้นไทย แนะนำคัดเลือกหุ้นตามธีมการลงทุน โดยเน้นหุ้นปันผลคุณภาพเพื่อสร้างกระแสเงินสด เช่น AP และ KTB ขณะที่ หุ้นเติบโตที่กำไรเริ่มฟื้นตัวเหมาะสำหรับการลงทุนเชิงรุก เช่น MTC และ TRUE รวมถึงหุ้นฟื้นตัวและหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานในกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร และค้าปลีก เช่น CENTEL, TU, CPALL และ OR
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB